EAK

วันที่11 พฤษภาคม 25xx

-- วันนี้ไม่มีอะไรเป็นพิเศษ--

-- ก็แค่ทะเลาะกับคนเมาเล็กๆน้อย --

-- เกือบมีเรื่องนิดๆหน่อยๆ --

-- ไม่มีอะไรมากดังนั้นจะข้ามไปวันที่12เลย --

.

.

วันที่12 พฤษภาคม 25xx

วันนี้พระจันทร์เต็มด๊วงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง!!!!!

ดวงโต กลมป๊อก สวยมากมายครับ!!! สว่างเหลืองนวล สว่างยังกะหลอดไฟนีออนแน่ะ!!!

แล้วยิ่งดึก ก็ยิ่งมีทรงกลด ยิ่งดึกยิ่งสว่าง สวยมากๆเลย!!!!

แต่คุณแม่บอกว่านี่ยังไม่สวยที่สุด ต้องพรุ่งนี้ จะสวยกว่านี้อีก

แค่นี้ยังสวยไม่พออีกหรอครับ =[]=!!! พระจันทร์เกาะพะงัน จะสวยไปถึงไหนกันเนี่ย มิน่าล่ะถึงได้มีการจัดงานฟูลมูนที่นี่ เพราะพระจันทร์ที่นี่มันสวยแบบนี้นี่เอง

สวยจริงๆครับ สวมากๆเลย

.

และเนื่องในโอกาสที่วันนี้เป็นวันพระ เป็นวันวิสาขบูชา ฟูลมูนของเดือนนี้ก็เลยเลื่อนไปหนึ่งวันไปจัดวันที่13แทน

และวันนี้พวกผับบาร์ทั้งหลายก็จะปิดหนึ่งวัน รวมไปถึงร้านต่างๆในเกาะก็จะงดขายเหล้าหรือของมึนเมาทั้งหลายด้วย ปีนึงจะเป็นแบบนี้สามงวด ตามวันพระใหญ่สามวันของปี ก้คือวิสาขบูชา อาสาฬหบูชา และมาฆบูชา ซึ่งในวันอาสาฬหบูชา ก็จะเลื่อนวันฟูลมูนออกไปสองวัน เพราะวันหลังวันอาสาฬหฯเป็นวันเข้าพรรษา

คุณแม่บอกว่าทางการไม่ได้บังคัหรือสั่งห้ามหรอกนะเรื่องนี้ เพียงแค่ขอความร่วมมือ(แกมบังคับ) ซึ่งร้านต่างๆก็ให้ความร่วมมือดี

ผมว่ามันก็ดีนะ เพราะฝรั่งนักท่องเที่ยวไม่รู้หรอกว่าวันไนเป็นวันทางศาสนาและก็ไม่รู้หรอกว่าวันไหนสำคัญหรือไม่สำคัญยังไง แต่ถ้าหากทุกคนร่วมมือกันให้ความสำคัญกับมัน ฝรั่งก็จะรู้ว่าวันนี้มีความสำคัญ ซึ่งดีกว่าปล่อยให้วันสำคัญๆของไทยวันนึง กลายเป็นแค่วันธรรมดาๆไม่มีค่าอะไร

.

วันนี้ไอ้วินดี้กรอบกร่อบแกร่บไม่สบายหมดแรง น่าเป็นห่วงว่ามันจะไหวรึเปล่า ฟูลมูนพรุ่งนี้แล้วด้วย

แต่พอเห็นมันวิ่งไล่ฟัดกับลูกหมาหน้าบ้านแล้วผมก็เลิกห่วงมันทันที - -

.

.

วันที่13 พฤษภาคม 25xx

ตื่นมาตอนบ่ายเจอไอ้วินดี้นอนกรอบเบลอยาอยู่หน้าทีวี เออ สมน้ำหน้าเลย วิ่งไล่ฟัดลูกน้องตู

วันนี้ฝรั่งแน่นร้านเน็ตทั้งวัน ก่อนจะหายแว่บไปหมดร้านตอนเกือบๆหกโมง สงสัยจะไปเตรียมตัว(เตรียมใจ)สำหรับฟูลมูน นอกจากฝั่งเน็ตแล้วฝั่งท่องเที่ยวก็วุ่นวายไม่แพ้กันทั้งวันเพราะฝรั่งเดินทางข้ามจากสมุยมามากเหลือเกิน ที่จริงก็วุ่นๆมาได้ราวสองสามวันแล้ว เพราะเป็นช่วงที่ทยอยเดินทางกันมา แต่วันนี้เหมือนจะระดมพลกันมามากเป็นพิเศษยังไงไม่รู้

คุณแม่ให้รถเท็กซี่มารับหน้าบ้านตอนราวๆทุ่มนึงได้ ไอ้วินดี้เดินเบลอไปขึ้นรถ ดีนะมันไม่หลับตกรถมาตอนรถวิ่งขึ้นทางไปหาดริ้น มีฝรั่งโบกรถไปตลอดทาง ทุกคนถามเหมือนกันหมด

"Haad Rin?"

จุดหมายเดียวกันหมดเลยครับ - -

.

ไปถึงหาดริ้น ถนนเส้นเลียบหาดปิด กลายเป็นถนนคนเดินของแท้ ซึ่งควรจะเรียกให้ถูกว่าถนนฝรั่งเดิน - - คนเยอะมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก มากๆๆๆยิ่งกว่าจตุจักรวันอาทิตย์ตอนสิ้นเดือนใกล้ช่วงทเศกาลซะด้วยซ้ำ

แล้วมีแต่หัวทองๆเต็มไปหมด

ยิ่งเมื่อลงไปถึงหาดแล้วคนก็ยิ่งเยอะ ไม่รุไปแหนกันมาจากไหน นี่ขนาดเพิ่งจะสองทุ่มนะ งานยังไม่ทันจะเริ่มด้วยซ้ำ บาร์ยังไม่ทันจะเปิดเต็มที่(ถึงจะเริ่มเปิดเพลงขายเหล้าแล้วก็เถอะ)

ที่สำคัญ พระจันทร์ยังไม่พ้นยอดมะพร้าวเลย

.

คุณเชื่อเรื่องรักแรกพบมั้ย?

ตอนแรกผมก็ไม่เชื่อหรอก จนกระทั่งวันนี้

จนกระทั่งผมได้พบเธอ

ผมตกหลุมรักพระจันทร์ครับท่านผู้ชม!!!!!

พระจันทร์ดวงโต กลมป๊อก นวล สว่าง เรืองๆเรื่องๆรองๆ เหลือง ที่สำคัญคือ สวยมากก

พระจันทร์คืนนี้สวยมากจริงๆครับ =[]=!!!!!!

สวยจนผมเคลิ้มไปเลย

ผมนอนหงายหลังลงไปบนพื้นทราย โดยที่ไม่อาจละสายตาไปจากสิ่งที่อาจจะเรียกได้ว่า

"สวยที่สุดของ(นอก)โลก"

สวยจนผมเคลิ้มเป็นหมาเอ๋อนอนน้ำลายเยิ้มตาลอยย ไปพักนึงเลยทีเดียว

สวยจริงๆครับ...........................

.

หลังจากหายเอ๋อกับพระจันทร์ แล้วก็หลังจากโต้ตอบเมสเซจเล่นๆกับน้องเจเรื่องมองพระจันทร์หรือมองตัวที่อยู่บนพระจันทร์ดี ผมก็ออกเดินท่อมๆไปตามหาด เพื่อตระเวนเก็บรูปภาพบรรยากาศของงานวันฟูลมูนในช่วงที่คนยังไม่เยอะมากและผมสามารถเดินถ่ายไปได้เรื่อยๆไม่ใช่ไหลไปตามกระแสคน

ตอนผมเริ่มเดินน่ะ มันเวลาประมาณสามทุ่มกว่าๆได้

ไม่อยากเชื่อก็ต้องเชื่อ คนมหาศาลมาก ตามหน้าผับบาร์ทั้งหลายนี่ฝูงนักทองเที่ยว(ไม่เรียกว่าฝรั่งแล้วกัน เพราะคนไทยก็มีเยอะ) นั่งนอนจับจองพื้นที่บนเสื่อที่แต่ละร้านปูไว้ให้บนหาดกันสลอนไปหมด นั่งๆนอนๆล้อมกันเป็นวงๆ โดยมีถังเหล้าชงไม่ก็ขวดเบียร์ถืออยู่ในมือแบบของใครของมัน

เริ่มกันแต่หัววันทีเดียวเชียวนะ - -"

ไม่แค่นั้น บางร้านที่เริ่มกันมาตั้งแต่ฟ้ายังไม่มืด ก็มีคนเดินตัวเอียงหน้าแดงๆพูดอ้อแอ้ๆให้ได้เห็นเป็นระยะๆแต่เยอะ บางร้านที่เงียบหน่อยก็กางจอยักษ์ฉายบอลให้ดูกันก็มี อยากหยุดดูด้วยชะมัด - - แต่ไม่สามารถ

ฝรั่งส่วนใหญ่เมื่อเริ่มเมา ก็จะออกวาดลวดลายเต้นแร้งเต้นกากันตามแต่ระดับความเมามันส์ในอารมณ์ของตน ก็มีหลายทีที่ผมเดินไปเจอฝรั่งที่กำลังเต้นกันอย่างเมามันส์ได้ที่ แล้วแวะหยุดดู จนเกือบโดนลากผมเข้าไปร่วมด้วย

พวกฝรั่งนี่จะแปลกอยู่อย่างนะ ตอนยังมีสติ พวกพี่แกจะไม่ค่อยชอบกล้องนัก อารมณ์ประมาณว่าจะมาถ่ายอะไรตู มีหลายทีที่ผมหยุดยืนถ่ายรูป แล้วถูกรุมประนามด้วยสายตาเพราะแสงเฟรชมันไปรบกวน

แต่เมาได้ที่เท่านั้นแหล่ะ เจอกล้องเป็นรี่เข้าใส่ เห็นอะไรนิดๆหน่อยๆก็จะเฮฮาปาจิงโกะ มีหนนึงผมพยายามจะถ่ายรูปแหม่มคนนึงที่เต้นได้อย่างเมามันส์ แต่เจ๊แกหันมาเจอผมเล็งอยู่ซะก่อนเลยหยุดเต้น แล้วเก็กแทน ผมยังไม่ทันจะบอกว่าตูจะถ่ายตอนเต้น ก็เผอิ๊ญญญว่ามีฝรั่งจากไหนไม่รู้มามะรุมมะตุ้มกันเพียบหน้ากล้องทันควัน โดยไม่ต้องเชิญด้วย- -

ก็เพิ่งจะรู้นี่แหล่ะว่าฝรั่งบ้ากล้องกว่าคนไทย

สมเป็นน้ำเปลี่ยนนิสัยจริงๆ

.

ตอนผมเดินกลับไปถึงหน้าบาร์ ก็ปาเข้าไปเกือบสี่ทุ่มได้ ผมตาค้างไปเลยตอนเดินกลับไปถึง เพราะตอนแรกนั่น หน้าร้านยังจัดได้ว่าไม่มีคน

แต่ตอนผมกลับไป แค่ที่จะยืนยังแทบไม่มี

ชั่วโมงเดียว คนเยอะได้ขนาดนี้เลยเรอะวะ = =!!"

มองๆอยู่ซักพักก็เข้าใจ วันนี้พวกนักควงไฟทำงานกันได้เต็มสูบสุดๆ เมามันส์มาก ควงกันไม่มียั้ง มีอะไรอยู่ก็งัดมาใช้เรียบ แผ่พลังฝีไม้ลายมือออกมาเต็มที่ เปล่งพลังเต็มอัตราศึก ตรึงสายตานักท่องเที่ยวกันเต็มที่ ชนิดที่ว่าแสงเฟรชนี่วูบวาบๆแข่งกับแสงของเปลวเพลิงเลยทีเดียว ยังไม่นับเสียงโห่ร้องครึกครื้นของนักท่องเที่ยวอีกนะนั่น

คึกกันใหญ่ๆ

แต่พระเอกของงานนี้คือเพลงที่เปิดกระตุ้นต่อมความมันส์ของแต่ละคน ไอ้วินดี้มันมุดเข้าบูทดีเจไปตั้งแต่ยังไม่สามทุ่มแล้ว และก็จะไม่กลับออกมาอีกจนกระทั่งเที่ยงคืน

ราวๆสี่ทุ่มกว่าๆผมก็โค้งคุณแม่และควงออกไปเปิดฟลอร์

หลังจากนั้นฝรั่งก็ตามเข้ามากันเพียบขอรับ - -b ชนิดที่ว่าหลังจากคุณแม่หมดแรง หนีลงไปนั่งแล้ว ผมก็ยังมีคู่เต้นอีกกลุ่มบะเริ่ม เต้นกันเต็มที่มันส์โคตรๆ ยิ่งเต้นยิ่งมันส์ คนก็ยิ่งเยอะขึ้นเรื่อยๆ เล่นเอาผมแทบจะเมาซะให้ได้ ทั้งๆที่ไม่ได้แตะแอลกอฮอลล์เลยซักนิดนะวันนี้

มีคนส่งถังเหล้าชงให้ผมก็เยอะนะ แต่ผมไม่รับอ่ะ ไม่อยากเสี่ยงครับ - - ฝรั่งมีของดีๆพกไว้เยอะ ไม่อาจหาญจะลองดี

แหม่มคนนึงพยายามยัดเยียดขวดไฮเนเก้นที่เจ้าหล่อนกำลังดื่มอยู่ให้ผม แต่สุดท้ายก็ยอมแพ้ไปซื้อโค้กมาให้แทน ดีนะเจ๊แกไม่ด่าซ้ำมา 555 หลังจากนั้นไม่นานก็มีคนส่งบาคาดี้ให้ผม แต่เกรงใจฟร่ะ หนวดเอ็งเฟิ้มซะขนาดนั้นนะไอ้หรั่ง ไม่นับน้ำลายเอ็งที่เยิ้มต้องแสงไฟเป็นประกายตอนเอ็งถอนขวดออกจากปากอีก

วันนี้รู้สึกเปลืองตัวอย่างไรไม่ทราบได้ เต้นผ่านมือหลายคนเหลือเกิน สาวๆยังไม่เท่าไหร่ แต่ผ่านมือชายเสียด้วยสิ - - ฝรั่งมันเต้นกันหื่นดีชะมัด

สุดท้ายวันนี้ก็เต้นบ้าพลังมาก รวดตั้งแต่ราวสี่ทุ่ม แวะพักรอบเดียวตอนเที่ยงคืนครึ่งไอ้วินดี้ลงจากบูทมาเต้นต่อกับผมแล้วสุดท้ายก็จากลากับทุกๆคนเพื่อกลับบ้านตอนตีสองตรงแป๊ะ

ข้าวเย็นยังไม่ตกถึงท้อง ยกเว้นขนมปังเบเกอรี่ร้านสุดอร่อยสองชิ้น และโค้กอีกห้ากระป๋อง น้ำเปล่าสามขวด (อย่าสงสัยเลยว่าทำไมผมจำได้ - -)

ยังดีที่คุณแม่กับน้าแวะร้านข้าวต้มหน้าบ้าน เลยได้ข้าวต้มร้อนๆสองชาม ไข่เยี่ยวม้าและเกี้ยมฉ่ายอีกกระป๋องมาซดลงท้องให้อิ่มหลับสบาย

เข้าบ้าน อาบน้ำเสร็จ หลับตายไปเลยครับท่านผู้ชม

.

.

สาวงามหนึ่งเดียวในครั้งนี้!!! ดูความกลมโตของเธอสิ!!! ดูสีเหลืองๆของเธอสิ!!! ดูรัศมีเรืองรองผ่องอำไพของเธอซะ!!! ดูประกายเจิดจรัสจัดจ้านของเธ๊อออ!!!!!

(โดนสมาคมคนรักพระจันทร์จากดาราศาสตร์ไทยขว้างด้วยกล้องโทรทัศน์)

.

กว่าผมจะถ่ายรูปบริเวณนี้ให้โล่งได้นี่มันยากเย็นยิ่งนัก เพราะตลอดแนวซ้ายมือนั่นคือซุ้มขายเหล้าชงเป็นถังๆ ซึ่งจะมีคนเดินแวะให้พล่านอยู่เกือบตลอดเวลาเชียวล่ะ

แล้วตอนเดินผ่านจะเป็นอะไรที่ฮา เพราะคนในซุ้มจะโบกไม้โบกมือยิ้มแย้มแจ่มใสเรียกร้องความสนใจจากคุณสุดชีวิต ยิ่งเห็นกล้องก็จะยิ่งยิ้มมมมมม

.

ของคู่กันที่ขาดไม่ได้ของงานฟูลมูนปาตี้

ถังเหล้าชง และ สีเพนท์ตัวแบบเรืองแสง

.

นี่แหล่ะคือโฉมหน้าของเหล่าฝรั่งบ้ากล้อง

คนที่ผมจะถ่ายจริงๆมีแค่สามสาวตรงกลาง(ถังเขียวถึงเสื้อฟ้า)นั่นเท่านั้นล่ะ

.

ลีลาควงไฟ

.

ร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆประหนึ่งจะเผาหาด - -

.

ผมพยายามจะถ่ายพี่คนนี้แบบชัดๆอยู่นานมากแต่ก็ทำไม่ได้ - - เฮียคนนี้เป็นปรมาจารย์นักควงตุ้มโคตรๆ ควงเก่งมาก แต่น่าเสียดายที่ตุ้มไฟไม่อาจดึงดูดสายตาคนดูได้เท่ากระบอง

.

แหม่มบาร์น้ำ ในงานตามร้านจะมีพวกฝรั่งนักท่องเที่ยวที่เข้ามาขอช่วยงานในบาร์น้ำเพื่อแลกกับดริ๊งค์ฟรีให้เห็นเยอะมาก โดยเฉพาะแหม่มสวยๆน่ารักๆ

.

ดูกันให้จะๆตากับปริมาณคน

.

ปริมาณคน....................

.

และปริมาณคน

.

และก็ปริมาณคน..........

.

.

.

.

ไอ้วินดีใจแทบน้ำตานองหน้าตอนที่ผมบอกมันว่าผมไม่ได้แตะแอลกอฮอลล์เลยแม้แต่หยดเดียวในงานฟูลมูน ........ผมคงดีใจแบบนั้นเหมือนกันมั้ง ถ้ามันไม่สูบบุหรี่?

มาครั้งหน้าผมคงต้องซื้อสีเพนท์ตัวมาขายซะแล้วล่ะ โจดูจะสนใจไม่ใช่น้อยเลยทีเดียว คาดว่าถ้าโจมาด้วยบ้านเราคงมีเงินกองกลางเพิ่มขึ้นเยอะ

ไอ้กวีแหกปากร้องโวยวายหลังจากผมเล่าบรรยากาศงานฟูลมูนให้มันฟัง ถ้ายังไงเอาไว้คราวหน้าก็แล้วกันนะเพื่อนแล้วเตรียมตัวเตรียมใจมาเดินแร่ขายสีเพนท์เรืองแสงกันได้เลย

แต่ถ้าคราวหน้ามากันทั้งบ้านนี่อาจจะไม่ได้เที่ยวงานแฮะ น้องเจหน้าตาเหมือนสาวยุ่นขนาดนี้ ผมไม่ยอมปล่อยให้ไปเดินเป็นอาหารตาไอ้พวกเตี้ยล่ำดำถึกนั่นแน่ - -*

คงต้องปล่อยไอ้นทีนำหน้าไปเป็นหน่วยกล้าตายแหวกทาง แต่ว่าหน้าตาเฮงซวยแบบนั้นไอ้นทีจะเอาหรอวะ? ไม่ต้องห่วงนะไอ้ที ในงานเกย์เพียบ เอ็งไปเลือกเอาได้เลย ปกป้องพวกผมด้วยล่ะ

.

.

แล้วเจอกันใหม่ครับ

.

.

...................................................................................

นายอารยะ ศวานวงศิรังต์

เอก

Work and Travel - Koh Pha-Ngan Trip

.

ปล. ไอเลิฟยู!!!! พระจันทร์!!!!

ปล.2 โนนิโครตินอีกวันเพราะไอ้วินดี้ไม่สบายคุณแม่เลยไม่สูบ เย้!!!!!

วันที่ 8 พฤษภาคม 25xx

ฝนตกตั้งแต่เช้า ยันสาย เลยได้อู้อีกวันนึง

เวลาฝนตกที่นี่มีให้เลือกอยู่สองอย่าง ระหว่างฝนไม่เต็มใจตก กับฝนตกเป็นพายุ

หาความพอดีให้เกาะนี้ไม่ได้เลยสินะ พระพิรุณ

วิธีดูว่าฝนจะตกไม่ตกดูไมยากครับ ถ้าฟ้าร้องครืนๆเมฆดำปี๋ลอยเต็มเหนือหัวแล้วลมพัดโหมกระหน่ำ ชนิดที่ว่าแทบจะปลิวตามลมล่ะก็ ..........

ฝนจะไม่ตกครับ

ในขณะเดียวกัน ถ้าฟ้าครึ้มเมฆหนา แลบเปรี้ยงๆมาแต่ไกล แต่ลมไม่พัด ใบไม้ไม่ขยับ "พร้าวไม่ดิก"

ฝนตกถล่มทลายแน่นอนครับ

งงกันล่ะสิๆ เหอๆ ทีแรกผมก็งง ตอนฟ้าดำปี๋ ลมพัดอู้ยังกับพายุจะเข้านี่ ผมล่ะนึกว่าฝนตกแน่ๆ แต่ไอ้วินดี้มันกลับใจเย็น เดินลอยชายมาก แถมผิวปากสบายอารมณ์ บอกฝนไม่ตกแน่นอน ไอ้ผมก็งงสิ ลมเป็นพายุแบบนี้มันจะไม่ตกได้ไงวะ ปรากฏแค่พักเดียว เมฆหาย แดดส่งฟ้าใสสว่างแจ้งจางปาง

เหตุเป็นเพราะลมมันพัดหอบเอาเมฆลอยเลยเกาะไปตกกลางทะเลหมด ซึ่งถ้าลมไม่พัด ผลมันก็จะเป็นอีกอย่างนึง นั่นคือฝนตกแบบวันนี้นั่นเอง - -

.

.

วันที่ 9 พฤษภาคม 25xx

วันนี้ออกตระเวณไปที่อ่าววกตุ่ม

ทางไปอ่าววกตุ่มเป็นบริเวณริมเขาอีกแล้ว โดยในตอนแรก ผมกับไอ้วินดี้ก็กะระยะเส้นทางกัน ว่าจะตระเวณเก็บบังกะโลในโซนที่ติดกับบริเวณท้องศาลา (ซึ่งยังไม่ขึ้นไปบนเขา)เสียก่อน

แต่แล้วก็เปลี่ยนใจเมื่อไปถึงสถานที่จริงเพราะบังกะโลโซนนั้นมีไม่มาก ตัดสินใจขับเลยออกไปเรื่อยๆ ขึ้นไปบนเขา แล้วค่อยไล่เก็บกลับลงมา

ซึ่งเป็นการตัดสินใจที่ผิดครับ.....................

บังกะโลที่วกตุ่มทุกบังกะโล มีทางเข้าอยู่ริมถนน และมีถนนลูกรัง เลื้อย ย้ำว่าเลื้อย ลงไปจนถึงตัวบังกะโล และแน่ล่ะ ทางไม่ใช่ใกล้ๆ แถมยังเป็นทางลงเขาทุกเส้นอีก

(ป้า)น้องแอร์(กี่)ทำพวกผมตูดพังกันไปข้างเลยครับท่านผู้ชม

กระทั่งมาถึงรีสอร์ตแห่งนึง พวกผมมองเส้นทางแล้วก็ต้องจำใจจอด(ป้า)น้องแอร์(กี่) เอาไว้ด้านล่าง ......... ย้ำว่าด้านล่าง

เพราะทางเข้ารีสอร์ตอันนี้ต่างกับชาวบ้นเค้า คือเป็นทางขึ้นเขา แล้วตัวรีสอร์ตอยู่บนชะง่อนผา ทางตรงขึ้นเขา ชันราว45องศาตลอดระยะทาง เดินกันกลางแดดเปรี้ยงงๆ พอคลานกันขึ้นไปถึง เจอเจ้าของรีสอร์ตนั่งยิ้มม~~ สบายใจเฉิบอยู่ในร่มไม้ - - หน้าตาท่าทางน่าถีบบบบบมากครับ เพราะตะแกมองดูพวกผมคลานกันมาตั้งแต่ตีนดอย- -" แถมหัวเราะเยาะอีกแน่ะ ตอนพวกผมยืนตัวโยนเป็นหมาหอบแดดนั่น - -

ดีนะที่ตอนรีเสิร์ชเสร็จยังใจดีแจกโค้กคนละกระป๋อง ไม่งั้นมีเคืองว่ะ - -

.

ตอนเย็นได้กินข้าวหน้าเป็ด - - ผมพยายามบอกตัวเองตลอดเวลาตอนกิน ว่ามันคือข้าวหน้าเป็ด ไม่ใช่ข้าวหมูแดง

คือซื้อจากในเทศกาลอาหาร แล้วมันเป็นข้าวหน้าเป็ดที่ราดด้วน้ำหมูแดง -*- ซึ่งผมไม่ชอบเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เหอๆ

คิดถึงข้าวหน้าเป็ดข้างๆม.โคตรรรๆ ข้าวหน้าเป็ด น้ำไม่ต้องเยอะก็ได้นะ ขอให้เป็นข้าวหน้าเป็ดก็พอ - -

.

ปล. ห้ามคิดลึก -3-

.

.

วันที่ 10 พฤษภาคม 25xx

ตอนนี้ผมเปลี่ยนอาชีพตัวเองชั่วคราว จากนายช่าง กลายมาเป็นครูสอนคอมพิวเตอร์ เรื่องของเรื่องเกิดจากการที่คุณแม่(ของเพื่อนผม และขอใช้โอกาสนี้บอกเลยว่าผมจะเรียกท่านว่าคุณแม่ต่อแต่นี้เป็นต้นไป) รู้มาว่าผมมีความถนัดในด้านคอมพิวเตอร์สูงพอสมควร ไม่นับเรื่องการซ่อมโน่นตอกนี่ไปทั่วบ้าน - -

คุณแม่ก็คงเห็นว่า จะปล่อยให้มันมีเวลาอยู่ว่างๆแบบนี้ต่อไปไม่ได้แล้ว ไม่อย่างนั้นมันอาจจะถึงขั้นรื้อบ้านทิ้งสร้างใหม่ก็เป็นได้

จึงไปหาเด็กมาให้ผมสอนคอมพิวเตอร์ให้ครับ ท่านผู้ชม - -

ก็น่ารักดีครับ เป็นเด็กผู้หญิง กำลังขึ้นป.6 ชื่อน้องเฟิร์ส เป็นเด็กแถวๆนี้แหล่ะ

แน่ะๆ............กำลังหาว่าผมโลลิค่อนกันอยู่สินะ เหอะๆๆๆ - -" อย่าเอาเกณท์ของคุณมาใช้วัดกับผมนะ - -+ ผมไม่สนเด็กหรอก แบบนี้เด็กเกินไป รออีกซัก4-5ปีก่อน ค่อยว่ากัน (อ่าว)

สอนน้องก็ฮาๆนะ แค่วิธีเล่นเน็ต พิมพ์ แชท เปิดปิดIE เปลี่ยนภาษา เล่นmsn บลาๆๆ อ้อ ระบบเซิร์ชด้วย แต่แน่ล่ะ อุบเอาไว้ก่อน จะได้สอนได้ครบสิบชั่วโมง

แล้วผมก็ฆ่าเวลาด้วยการเอาแคนดี้ดอลล์ให้เล่น (เลว ก๊ากกกกกกกกกกกก) น้องเค้าเล่นอย่างเฮฮามากก คือก่อนหน้านี้ผมมีเอาแคนดี้ดอลล์ให้พวกเด็กๆแถวนี้เล่นกันไปบ้างแล้ว ซึ่งก็ติดใจกันไปทุกราย 555

.

หลังจากสอนเด็กเสร็จ ก็ออกเดินทางไปหาดริ้นอีกรอบ วันนี้ไอ้วินดี้ก็มีเปิดเพลงอีกแล้ว

วันนี้เดินทางกันด้วรถเท็กซี่ประจำเกาะ ซึ่งมันก็คือสองแถวดีๆนี่เอง ราคาค่าโดยสาร 50 บาทขาดตัวมาตั้งแต่เมื่อประมาณสิบปีที่แล้วเหตุก็เพราะสมัยก่อน ทางขึ้นหาดริ้น เป็นทางลูกรัง และเป็นถนนเลนเดียว - - ราคาระดับนี้ จึงถือเป็นราคาค่าซื้อชีวิตของผู้โดยสาร - -" แต่พอมาปัจจุบัน เท็กซี่เริ่มมากขึ้นเรื่อยๆ และเส้นทางก็ดีขึ้นเรื่อยๆ ตอนนี้ถนนเป็นทางคอนกรีต สองเลน ดีขนาดที่ว่ามอเตอร์ไซด์แม่บ้าน (ป้า)น้องแอร์(กี่)นั่นแหล่ะ ยังลากตัวเองถูลู่ถูกังข้ามไปถึงจนได้นั่น ทำให้รถเท็กซี่ไม่สามารถขึ้นราคาค่าโดยสารได้ - - ......... เอวังด้วยประการฉะนี้แล

.

บาร์ที่นี่เปิดร้านกันตอนสามทุ่ม เนื่องจากเป็นช่วงที่ฝรั่งเริ่มออกหาอาหาร เอ้ย ฝรั่งอิ่มมื้อเย็นและเริ่มออกหาของเหลวสีอำพันมาเทลงท้อง แต่กว่าฝรั่งจะมาในระดับที่เรียกได้ว่าเยอะก็ปาเข้าไปเกือบเที่ยงคืน

วันนี้ผมได้เพื่อนฝรั่งเพิ่มอีกแล้ว 555 ฝรั่งมันจำผมได้น่ะ มาถึงก็กอดหมับแบร์ฮัคกระดูกลั่นกร๊อบไปทั้งตัว - -b พ่นกลิ่นแอลกอฮอลล์ใส่หน้าหนึ่งที แล้วลากลงฟลอร์ (ก๊ากกกกก)สาวแหม่มก็พอกัน กอดคอกอดหลังกอดไหล่เกาะไปเกาะมาแล้วเอาโฟโมตดัน - - เวลาเต้นนี่พวกฝรั่งมันเต็มที่นะ เต้นเป็นเต้น อยากเต้นท่าไหนก็ใส่เลย - - แต่ว่าเหอๆ เกรงใจตูนิ๊ดดก็ดี - - ถึงผมจะหล่อ- -+ แต่ผมก็ไม่ใช่ฝรั่งนา - - เอ้อ นอกจากแหม่มสาวๆที่เต้นแล้วน่าดูน่าชม ยังมีพวกชิคกี้มายืนบิดซ้ายแอ่นขวากันด้วย *-* พอมอง เจ๊ก็ชม๊ายยยสายตาชำเลืองกลับมา แล้วยิ้มหวานหยดให้พร้อมกับเต้นให้ยั่วกว่าเดิม ........แต่เกรงใจนะ - - ไม่ไหวฟร่ะ

เต้นกับฝรั่งมันส์กว่าเต้นกับคนไทยเยอะเลยแฮะ ไม่ใช่เพราะได้กำไรหรืออะไรนะ แต่พวกฝรั่งมันบ้าด้วยได้ เต้นกับคนไทยด้วยกัน พอเต้นบ้าๆ พวกนั้นก็จะหยุด แล้วทำหน้าแหยๆ ต้องเต้นท่าเท่ๆเท่านั้น ซึ่งอึดอัดฟร่ะ - -" กับฝรั่งนี่พอผมบ้าไปมันก็บ้ากลับ ยิ่งเต้นยิ่งบ้า ก๊ากกกกกกกกก

พอมันถูกใจๆ ก็แบ่งดริ๊งค์ที่ดื่มอยู่ให้ ไอ้ผมก็ โนๆ ยูดื่มอยู่ให้ไอแด๊กได้ไงฟระ เมาปลิ้นแบบเอ็ง ถุยน้ำลายลงไปยังไม่รู้ตัวเลยมั้ง

สุดท้ายก็ไอ้เกล้ากระผมเป็นคนเลี้ยงนั่นแหล่ะ - - ดีหน่อยที่พี่ๆที่บาร์ใจดี เห็นผมเต้นเรียกลูกค้าให้ได้เยอะมั้ง เลยมาใจดีเลี้ยงน้ำผมต่อ แต่ผมก็กล้าขอแค่น้ำเปล่ากับโค้กนั่นแล ไม่กล้าขอน้ำเมาแฮะ อย่างน้อยก็เกรงใจ - - ฝรั่งมันก็ขำนะ เห็นผมดื่มแต่โค้กกับน้ำเปล่า 555 ก็ฮาๆไป

โดนจับถ่ายรูปไปหลายใบเหมือนกัน น้องเจบอก สงสัยอนาคตได้เห็นรูปผมโพล่ตามเจอร์นอลหรือบล็อคของพวกฝรั่งแน่ๆ 555 มันก็ไม่แน่แฮะ มีสิทธิ์นะนั่น

เห..........ถามว่าโดนฝรั่งจีบมั้ยเรอะ? ไม่รู้แฮะครับ ดูไม่ออก ฝรั่งเมาๆมันทีเล่นทีจริงกันหมดนั่นล่ะ ผมก็ทีเล่นทีจริงกลับไป สงสัยอยู่ว่าถ้าเอาจริงอาจจะได้แหม่มไม่ก็สาวยุ่นมาซักคนสองคนล่ะมั้ง

อะไรนะ..........พี่ริน? ............ อันนั้นหลังไมค์ดีกว่า

.

สรุปได้กลับบ้านตอนราวๆตี1 แล้วก็เจอเรื่องตื่นตระหนกตกใจกันสุดฤทธิ์แถวหน้าบ้าน - -

คือสิบเนื่องจากงานเทศกาลอาหาร ที่พวกผมเรียกกันว่าลานเบียร์นั่นล่ะ - -

รู้ๆกัน คนไทย มีงานที่ไหนมีเรื่องที่นั่น

คือกำลังจะกลับถึงบ้านแล้ว แต่มันวิ่งไล่ยิงกันตัดหน้ารถเท็กซี่ครับท่านผู้ชม - -"

คือเสียงปืนมาก่อนสองนัด แล้วคนก็วิ่งตัดหน้ารถ แนล่ะ ไอ้คู่นี้ถือปืน แล้วคนที่วิ่งตามมันมาก็ฝูงนึง และก็เช่นกัน ทั้งกลุ่ม5-6คนนั่นถือปืนกันทุกคน - -" ไอ้พวกผมบนรถก็ชิบหายล่ะ เอาไงดีฟระ ลูกปืนมันเข้าใครแล้วออกไม่ง่ายเสียด้วยสิ รถก็ค่อยๆเลื่อนผ่านไปนะ แต่ว่าพอรถพ้นปากซอยที่พวกมันวิ่งอกอมาเท่านั้นล่ะ - -

ก็วิ่งตามๆกันออกมาอีก7-8คน ถือปืนกันทุกคนเลยคร๊าบบบบท่านผู้ช๊มมม!!!!!! พวกผมบนรถก็มุดหลบหมอบลงพื้นรถทันทีตามสัญชาติญาณการเอาตัวรอด - - ผมมองไปทางกลุ่มที่เพิ่งวิ่งออกมานั่น ก็เจอหน้าหัวโจกคนนึง กำลังยืนฮึดฮัดๆ ให้พรรคพวกล็อคตัวเองไว้อยู่ เดาเอาว่าถ้ามันล็อคไม่อยู่ แม่งอาจจะยิงขึ้นมาหาพวกผมบนรถก็ได้ ใครจะรู้ - -

หลังจากสถานการร์ตึงเครียดอยู่ซักพัก รถเท็กซี่พวกผมก็ฝ่าเหตุการณ์ออกมาได้ ซ฿งแม้หลังจากนั้นมาแล้ว พวกผมก็ยังได้ยินเสียงปืนดังมาอยู่เป็นพักๆ

นับรวมๆกันแล้วได้ร่วมสิบนัด

แม่เจ้าว้อยยยย - -!!!!

.

.

.

ผมว่าเราพักเรื่องวุ่นๆแล้วมาดูรูปกันดีกว่า

เปลือกหอยจอกศักดิ์สิทธิ์ที่พูดถึงในบล็อคที่แล้วมีนายแบบคืออาบาราอิ เรนจิ จากเรื่องBleach หนึ่งในตัวละครโปรดของกระผมเอง - -+

.

น่านอนเนอะ *-* มันเป็นแปลให้แขกนอนเล่นของรีสอร์ตใหญ่ๆแห่งหนึ่งแถบบ้านใต้

ปล. รีสอร์ตนี้สวยมาก และสิ่งอำนวยความสะดวกครบวงจร

.

ฝรั่งนั่งทำมิวสิคอยู่ที่หาดริ้น น่าเอามะพร้าววาดหน้าไปให้มันเล่นเป็นเคสอะเวย์ชะมัด

.

ถ่ายจากมุมหนึ่งของรีสอร์ตพิชิตยอดดอยที่อ่าววกตุ่มนั่นแหล่ะ ดูประหนึ่งบ้านตุ๊กตา

.

จากรีสอร์ตแห่งหนึ่งที่อ่าววกตุ่มเช่นกัน แสงสีสวยมากมาย ชอบอย่างแรง - -b

.

เจอพรรคพวกนอนดิ้นเป็นดิสโก้อยู่เลยอดใจไม่ไหวต้องถ่ายรูปมา ไอ้ตัวนี้เป็นหมาริมหาดริ้น หมาหน้าบาร์ซะด้วย

.

.

.

น้องเจโวยวายซะยกใหญ่เลยแฮะ หลังจากรู้เรื่องที่ยิงกัน ขอบคุณมากๆนะที่เป็นห่วง ^^

ตอนยิงกันนี่ผมนึกถึงแต่แกว่ะไอ้กวี ถ้าวันไหนลูกน้องพ่อเอ็งงัดลูกโม่มาคลุกวงในกับแก ตูข้าจะทำยังไงดีวะ แล้วก็ขอบใจมากกกนะที่อุตส่าห์ถามมาได้ ว่าตูยังไม่ตายใช่มั้ย ถ้าตายแล้วคนที่คุยอยู่กับเอ็งนั่นผีหมาที่ไหนล่ะฟระ - -

พ้นจากยิงกันได้หน้าโจก็ลอยมาแฮะ นี่สินะ ที่ช้อยเจอตอนไปทำงาน เอาเหอะ หวังว่าถ้าเจออีก จะรอดมาแบบไร้รอยขีดข่วนทุกครั้งอย่างตอนนี้ล่ะ ยังไงซะอาหารฝีมือช้อยก็ยังเด็ดเกือบที่สุดในโลกาล่ะ

ตอนไปบาร์ที่หาดริ้น ผมเจอคนของบาร์คนนึงทำผมทรงเดียวกับเจ้าซิลเลียน ทำไมทั้งๆที่ทำผมทรงเดียวกัน แต่ไอ้คนนี้มันถึงได้ลาวชิบเป๋งวะ ในขณะที่ไอ้ซิลทำออกมาแล้วดูเข้ากับมันดีโคตรๆ

ตอนเต้นๆอยู่ตูเจอเกย์มาจีบด้วย ไอ้นทีเอ็งหยุดดีใจเดี๋ยวนี้เลย - -*

วิน ผมกะอยู่นะว่าตอนกลับจะซื้อลูกตุ้มที่ทำเลียนแบบตุ้มควงไฟไปฝาก แต่กลัวอยู่ว่านายจะเล่นได้รึเปล่านี่สิ จะเอาเป็นกระบองแทนมั้ย? 555

.

.

แล้วเจอกันใหม่ครับ

.

.

...................................................................................

นายอารยะ ศวานวงศิรังต์

เอก

Work and Travel - Koh Pha-Ngan Trip

.

ปล. ป๋า!!!! ถ้าคิดว่าสารคดีหมู่เกาะอ่างทองจะเป็นข้ออ้างให้มาที่พะงันได้ล่ะก็ ผิดถนัด!!!!

ปล.2 วันนี้ไม่โดนนิโครตินรม เย้!!!!

*อู้งาน(เขียนบล็อค)สามวันเนื่องจากเจ็บแผล*

วันที่ 3 4 และ5พฤษภาคม 25xx

ไม่มีอะไรจะเขียนเลยอู้ครับ - -~

โดนโวยวายไปหลายรอบหลังจากจัดการแจ้งข่าวรถล้มให้คนอื่นๆรู้ด้วย

ป๋า - โวยวายซะโทรศัพท์แทบพัง ถ้าผมไม่ห้ามพร้อมข่มขู่จะเอารถไปล้มซ้ำอีกรอบคงไม่พ้นเหาะมาจากซูดานไฟร์ทเย็นนี้แน่ๆ

มัม - แตกตื่นพอๆกับน้องเจ แถมยังบ่นผมไม่เลี้ยงยิ่งกว่า ก็นะ......โวยตามสไตล์แม่ๆนี่นา

เอส- ..........น้องสาวหรือแม่ตูกันแน่วะ แถมยังตบท้ายด้วยการบังคับให้ผมโทรไปหา"มัน"อีก

เชนทร์ - ..........ผมไม่น่าโทรหามันเล๊ย -*- ถ้าไม่เพราะเอสล่ะก็นะ............แต่ฟังดูเหมือนจะห่วง.........เหอะๆ ไม่มีทาง

พี่ริน - สงสัยสถานีอนามัยเกาะพะงันอาจจะมีหมอใหม่ซะล่ะมั้ง? รึยังไง? คงไม่ลงมาจริงๆหรอกนะ.................

ส่วนไอ้พรรคพวกที่มหาลัยนี่อย่าหวังว่าผมจะโทรไปเลย - -

.

สองวันนี้ไปได้แค่ไม่กี่ที่ เพราะตื่นสาย (เวรกรรม)แผลออกอาการอักเสบพอให้แสบร้อนตอนตื่น แต่ยังไงซะมันก็เริ่มตกสะเก็ดแล้ว ถึงจะเป้นอัตราที่ผมรู้สึกว่ามันออกจะช้ากว่าปรกติซักหน่อยก็เถอะ

คิด(เอาเอง)ว่า พลังในการฟื้นตัวของผมมันลดน้อยลงเพราะนิโครตินที่สูดเข้าไปทุกวันๆแน่ๆ

คนที่นี่เป็นสิงห์อมควันกันทั้งนั้น ทั้งคนเกาะ ทั้งพวกฝรั่ง

น่าเสียดายอากาศบริสุทธิ์ๆสดชื่นชะมัด

.

ขอพูดถึงอาหารที่เกาะหน่อยเถอะ

คนกรุงเทพมาที่นี่ ขอให้ลบความภาคภูมิใจของท่านออกไปให้หมดเลยนะครับ โดยเฉพาะไอ้พวกที่ชอบพูดว่ากินอาหารอิตาเลี่ยนแท้ๆ หรืออาหารฝรั่งเศสแท้อาหารอินเดียแท้

มาที่นี่คุณจะต้องคุกเข่าหมอบราบคาบแก้วให้กับคนเกาะครับ

เพราะว่าอาหารที่นี่ "ของแท้" จริงๆยิ่งกว่าไอ้ร้านที่คุณไปเสียตังเป็นพันๆกินมากกกนัก

พิซซ่าอร่อยมากก - -b ชีสเป็นชีสเลยครับท่าน

อาหารฝรั่งของแท้ ต้องมาที่นี่ครับ เด็ดสะระตี่สุดยอดฮิฮิ้วจริงๆ

หรือไม่ก็ไปขอให้โจทำให้กินดู แต่แพงหน่อยนะ

.

หลังจากรถล้มไป ผมกับไอ้วินดี้ก็ยืนไหว้เจ้าที่เจ้าทางเจ้าป่าเจ้าเขากันเป็นระยะๆ ยังไงซธก็ขอพึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ล่ะน่า

ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ครับ

ยังไงซะก็ไม่ใช่ที่ทางถิ่นฐานของเราเสียด้วยไหว้ขออนุญาตซะ ดีที่สุด

หลังจากนั้นมา ทุกรีสอร์ตดูจะใจดีขึ้นเยอะ หาน้ำให้กิน ให้น้ำฟรี โค้กฟรีมาคนละกระป๋อง (ที่นี่โค้กไม่ใช่ถูกๆนะครับ อย่างต่ำก็15บาท ราคาขายในรีสอร์ตนี่ราวๆ20-25บาท สองคนก็50แล้ว)

ไม่เชื่ออย่าลบหลู่จริงๆครับ

.

.

วันที่ 6 พฤษภาคม 25xx

แผลอักเสบสวยงามดีครับ ขึ้นสะเก็ดเหลืองๆ "งด"งาม และแสบร้อนได้ใจ - -"

วันนี้ที่บริเวณลานท่าเรือแถวๆหน้าบ้าน มีจัดงาน Before Full Moon Food Fair

ที่จริงแล้วแผงลอยร้านค้าก็มีตั้งๆกันมาตั้งหลายวันแล้วล่ะนะ แต่ตัวงานจะเปิดจริงๆวันนี้

เดินออกไปดู(ตอนเย็นๆ) เหมือนงานวัดมากกกกครับ 555 มีไฟสามสีจัดเป็นพุ่มๆ มีเวทีร้องเพลงลูกทุ่ง มีร้านเกมปาเป้ากับบิงโก และมีเครื่องเล่นเป่าลมให้เด็กเล่นด้วย เห็นแล้วนึกถึงไอ้วินขึ้นมาทันที 5 5 5

เสียดายที่ขาดม้าหมุนกับชิงช้าสวรรค์ไป ก๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

ในงานมีอาหารเยอะพอสมควร(ในสายตาผม) และเยอะมาก(ในสายตาไอ้วินดี้) เพราะปรกติแล้วบนเกาะจะไม่ค่อยมีงานอาหารแบบนี้บ่อยๆซักเท่าไหร่หรอกครับและถึงจะมี ก็มักจะขายในราคาที่แพง(ราคาฝรั่งนั่นแหล่ะ) และมีร้านอาหารประจำอยู่ไม่กี่เจ้าเพียงแค่ว่าตั้งซุ้มหลายๆซุ้มดักคน.....แค่นั้น

ซึ่งงานนี้ก็เป็นเหมือนกัน

ราคายืนพื้นคือ 30 บาทครับ

ราคากินอิ่มคือ 50 บาท

ผมกับไอ้วินดี้มองอาหารรวมๆแล้วก็ส่ายหัว - - เพราะเป็นของที่พวกเราเห็นกันบ่อยจนเบื่อจากงานฟู้ดแฟร์ที่กรุงเทพ แถมราคายังแทบไม่ต่างกันเล๊ย จะมีเด็ดๆหน่อยแค่ไม่กี่อย่างครับ ถึงจะดูโดยรวมๆแล้วโอเคก็เถอะ

สรุปสุดท้ายก็ซื้อเครปไปคนละอัน แพงแต่คุ้มครับเครปร้านนี้ เครปแฮมชีสทูน่า ชีสทั้งแผ่น แฮมอีก ทูน่าอีก สะใจมากครับ

แล้วก็จรลีไปปาเป้า

20บาท7ดอก ผมหันไปมองหน้าไอ้วินดี้รอบนึง ก่อนจะโดนมันด่ากลับมาว่าที่นี่อยู่ในเกาะนะโว้ย

.........ก็ราคามันแพงสำหรับผมนี่หว่า.........

แถมสุดท้ายได้พัดมาแค่อันเดียว - -" เขี้ยวพอดูครับ ปาเข้า7ดอกได้รางวัลที่วางในร้าน 1-6ดอกก็เอาแค่ของกิ๊กก๊อกในตระกร้าไป

ก่อนกลับเข้าบ้านก็แวะหิ้วรถด่วนกับตั๊กแตนเข้ามาฝากแม่กับน้าไอ้วินดี้

*รถด่วน คือหนอนไผ่ทอดจนกรอบ อร่อย - -bลองดูจะติดใจ*

.

.

วันที่ 7 พฤษภาคม 25xx

วันนี้แม่ไอ้วินดี้บอกให้พักครับ จะพาไปเที่ยวรอบเกาะ

ก็เกาะรถจี๊บกันไป ไปทางโฉลกหลัง ขึ้นไปไหว้ศาลเจ้าแม่กวนอิมมา สุดยอดมากๆครับ - -b

แล้วก็ลงไปทางหาด(ที่ผมจำชื่อไม่ได้แล้ว) เป็นหาดที่อยู่ด้านเกาะม้าน่ะ เกาะม้าเป็นเกาะที่ทำสัมปทานรังนก และมีบังกะโลอยู่บนเกาะด้วย ตอนที่ไปน้ำลดจนเดินข้ามระหว่างหาดกับเกาะได้เลย เด็ดจริงๆ

น่าเสียดายแค่ที่ว่า หาดนี้เศษเปลือกหอยเยอะไป(ไม่)หน่อย - -" ตำอุ้งกันสนุกสนาน

ผมกับไอ้วินดี้นี่เหมือนเกิดใหม่ทันทีที่เจอน้ำ พุ่งเข้าใส่ทันทีครับท่านผู้ชม 5 5 5 ผมสวมวิญญาณหมา(พูดเหมือนปรกติไม่ใช่หมา ก๊ากก) ขุดทรายเล่นอย่างไร้เหตุผล หลังจากนั้นไม่นานไอ้วินดี้ก็มาร่วมวงด้วย ขุดกันเหมือนขุดหาน้ำมันครับท่าน ขุดไม่ยั้ง แล้วเล่นไปขุดกันตรงบริเวณทรายเปียกๆ ขุดๆไปทรายกับน้ำทะเลมันก็ซัดเข้ามา ก็ไม่ย่อท้อนะ ขุดต่อ

สุดท้าย มันกลายเป็นบ่อน้ำมันจริงๆ ก๊ากกกกกก บ่อใหญ่มากกกก เหมือนขุดล่อฝรั่งมาตกซะมากกว่า ก๊ากกกกกกกกกกกกก

ฮาไอ้วินดี้ มันเดินๆแล้วไปเจอปลิงถูกซัดมาเกยหาด หลอนไปเลย ทิ้งให้ผมช่วยชีวิตปลิงน้ำแดง เอ้ย ปลิงทะเลตามลำพัง

เฮฮาปาจิงโกะกับปลิงน้อยและเปลือกหอยรูปจอกสาเกศักดิ์สิทธิ์ได้ซักพัก ฟ้าก็ครึ้มดำมาเลยครับ ไอ้วินดี้ก็ไล่กึ่งลากผมขึ้นจากน้ำเพราะฝนกำลังจะตกแบบชัวร์ป๊าด

ซึ่งหลังจากตะกายเข้ารถจี๊บได้ซักพักฝนก็ตกลงมาจริงๆ แม้จะแค่เบาๆก็ตาม (ทั้งๆที่ฟ้าครึ้ม เวรจริงๆ)

ระหว่างขับออกจากหาดก็เจอฝรั่งจอดรถอยู่ข้างทาง น้าไอ้วินดี้เกือบจะลงไปถามแล้ว แต่เผอิญว่าเห็นอะไรบางอย่างเสียก่อน .........คือฝรั่ง มันจอดรถหยุดเพื่อถ่ายรูป ควายตัวน้อยๆ เขาโง้งงงกำลังลงเล่นน้ำพลางเคี้ยวเอื้องอย่างมีฟามสุข ดวงตาแป๋วแหววกลมโตของอลิซาเบธ(ควาย)จ้องมองสบตาปิ๊งๆกับฝรั่งคนนั้นอย่างขัดเขิน

พวกผมเลยรีบขับรถจากไป...................

.

หลังจากกลับมาแวะบ้านหยิบข้าวของกันเล็กน้อย

เป้าหมายต่อไปก็คือหาดริ้นครับ

วันนี้ไอ้วินดี้มีออดิชั่นที่บาร์บนหาดริ้น ไปเปิดแผ่นเปิดเพลงนั่นแหล่ะ ไม่ใช่ขี้ๆนะคร้าบเพื่อนผม

มื้อเย็นวันนี้ผมได้มีโอกาสลิ้มลองรสชาติอาหารอินเดียสไตล์เนปาลแท้ๆครับ ได้สัมผัสโรตีปิ้ง ที่ไม่ใช่โรตีอิสลามที่ขายกันทั่วไป และได้กิน น่าน แป้งแผ่นอีกอย่างที่คล้ายๆโรตีแต่อร่อยกว่ามาก

อิ่มอืดและอร่อยรุนแรงครับ แกงอินเดียไม่เผ็ดนะครับ แกงกะหรี่ล้วนๆอร่อยสุดยอดจริงๆ

ลูกจ้างที่ร้านนี้ก็พม่าแท้ครับ 555 เข้าใจจ้างมานะครับ พูดกับฝรั่งคล่องกว่าคนไทยแท้ๆเยอะ แถมคุยกับเจ้าของร้านรู้เรื่องกว่าลูกจ้างไทยอีกต่างหาก

.

อย่างที่เคยพูดๆให้ฟังไปแล้วนะครับ ว่าทางขึ้นหาดริ้นมันน่าสะพรึงกลัวแค่ไหน

แต่ก็ยังมีฝรั่งดั้นด้น อุตสาหะพยายามมาจากทั่วทุกมุมเกาะอยู่ดี จริงๆจะใช้คำว่าอุตสาหะก็ไม่ได้นะแฮะ เพราะแค่โบกเรียกรถเท็กซี่ประจำเกาะ ก็จะมาถึงหาดริ้นได้อย่างง่ายดาย - -"

แถมนอกจากนั้นหาดริ้นยังมีท่าเรือจากเกาะสมุยอีกด้วย

หาดริ้นดูเผินๆแล้วเหมือนถนนข้าวสารที่กรุงเทพมากครับ ถนนเล็กๆซอกซอนไปทั่วขนาบสองข้างทางด้วยร้านค้าเรียงรายเป็นแถบ ร้านอาหาร ร้านขนม ร้านขายเครื่องประดับเสื้อผ้า ร้านขายของธรรมดาๆร้านอินเตอร์เน็ต ร้านเอเจนซี่ท่องเที่ยว หรือแม้แต่เกสเฮาส์บังกะโลก็เรียงรายเต็มไปหมด ส่วนแถบด้านริมหาด จะเป็นส่วนของผับบาร์ต่างๆ ที่เมื่อฟ้าเริ่มสลัวก็จะเริ่มปูเสื่อปูผ้าบนทรายหน้าร้านเตรียมเปิดร้านกัน

แต่ตอนฟ้าเริ่มสลัว นอกจากจะมีผับบาร์ต่างๆที่เคลือนไหวแล้ว ยังมีเรือประมงค่อยๆทยอยลอยลำกลับเข้าจอดเรียงรายตามหาด ชาวประมงค่อยๆค้ำให้เรือของตนเลื่อนมาเกยหาดไว้ หลังจากนั้นก็ลงไปเข็นลากอีกครั้งให้เรือเกยจนนิ่งดี ก่อนจะผูกโยงเรือเอาไว้กับหาดและหายลับไปในฝูงคน

สาเหตุที่ต้องทำแบบนี้ เนื่องจากน้ำทะเลในช่วงนี้จะขึ้นสูงในช่วงกลางคืน และจะค่อยๆลงเมื่อใกล้เช้า ดังนั้น ชาวประมงเหล่านี้จะกลับมายังเรือของตนอีกครั้งก็ต่อเมื่อใกล้รุ่ง และลอยลำออกทะเล เพื่อออกหาปลา ก่อนจะกลับเข้าฝั่งอีกครั้งในยามบ่าย

ไอ้วินดี้เคยบอกกับผมไว้ว่า อาหารทะเลที่นี่ จะสดที่สุดเด็ดที่สุดก็ต่อเมื่อหลังเที่ยงแล้ว เพราะเป็นเวลาหลังจากที่เรือประมงกลับเข้าฝั่ง และขนสินค้าของตน เข้ามาในตลาด

แต่แน่ล่ะ........ถ้าหากอยากจะกินของทะเลที่สดใหม่และถูก นอกจากจะไปซื้อในช่วงเวลาบ่ายแล้ว ยังต้องให้คนท้องที่หรืออย่างน้อยก็คนที่พูดภาษาใต้ เป็นคนไปซื้อ ไม่เช่นนั้นก็จะซื้อได้ในราคานักท่องเที่ยว - - ที่แพงกว่าราคาจริงๆของมันเอาการอยู่

แม่ของไอ้วินดี้เคยเล่าให้ผมฟังว่า แม่ของไอ้วินดี้เคยไปซื้อปลาที่ตลาด คนขายบอกราคามากิโลละ150 แต่ในวันเดียวกันแม่ใช้ให้คนงานไปซื้อแทน คนงานของแม่ซื้อมาได้ในราคาทั้งตัว130บาท ราคามันต่างกันแทบจะเป็นเท่าตัวเลยทีเดียว - -"

.

ผมว่าผมชักนอกเรื่องไปไกล 555 กลับมาที่หาดริ้นกันเหอะ

.

มีรูปมาให้ดูเล่นๆกัน

บาร์ครับท่านผู้ชม นี่คือ ด้านหน้าของDrop in Bar ที่สิงสถิตย์ของพวกผมในวันนี้

.

บาร์เดียวกัน แต่ตึกข้างๆ ส้มสวยทีเดียว มองดีๆจะเห็นจอสี่เหลี่ยมที่ดูคล้ายเฟรมผ้าใบ แต่จริงๆแล้วมันนคือทีวีจอยักษ์ (ฉายทีวีขึ้นจอสไลด์นั่นแหล่ะ)

และแน่นอน มันไม่ใช่โซนที่ผมอยู่

.

เลานจ์คอกเทลหนึ่งในสองของบาร์นี้ พอดีร้านยังไม่เปิดดี ฝรั่งยังเข้าไม่เยอะ ไม่งั้นถ่ายมาไม่ได้แน่ๆ ฝั่งนี้ฝรั่งล้นตลอด

.

จุดที่สอง

ร้านนี้มีบารน้ำทั้งหมดสามจุด โดยสองในสามเป็นเลานจ์คอกเทล

.

บริเวณหน้าร้าน(ริมหาด) มีโชว์การเล่นไฟ ทั้งควงกระบองไฟ และควงลูกตุ้มไฟ

โดยอันนี้เป็นกองไฟที่เค้าจุดเตรียมไว้

.

ตามมาติดๆด้วยโชว์ควงกระบองไฟ

ที่เห็นอยู่ข้างหลังนั่นเป็นเด็กรุ่นประมาณม.ต้น กำลังเตรียมๆจะโชว์อยู่ แต่ยังไม่ค่อยคล่องเท่าไหร่ จะเห็นว่าที่ขาเด็กจะมีขวดติดไฟ(พวกผมเรียกกันว่าระเบิดขวด) ตั้งอยู่ ซึ่งปรกติแล้วคนอื่นๆจะจุดไฟจากกองไฟที่ผมถ่ายไว้รูปบน แต่น้องคนนี้จุดจากขวด

เดาเอาว่าคงมีการถือเคล็ดอะไรซักอย่างอยู่กระมัง

.

อีกมุมนึงของตึกข้าง เอามาลา

.

อำลา Drop in Bar

.

.

.

............ส่วนนี่............

.

เอามายั่วน้ำลายไอ้กวี

.

.

ตอนดูโชว์ควงไฟอยู่ อยู่ดีๆก็นึกถึงป๋าขึ้นมาซะเฉยๆ คงเพราะเพลงที่ไอ้วินดี้เปิดมันกำลังเข้าจังหวะบีทด้วยกระมัง?

ซดเบียร์ดูดาว มองจันทร์ครึ่งดวงกว่าๆ แหล่แหม่มข้างๆ แล้วก็นึกถึงไอ้กวีกับไอ้ทีซะอย่างนั้น โดยเฉพาะตอนเห็นฝรั่งเมาปลิ้น

ไอ้โค้กฟรีมาสามกระป๋องจากบาร์น้ำ นึกออกเลยว่าถ้าอยู่โจต้องไล่ให้ไปเอามาเพิ่มแน่

งานวัดกับไอ้วิน และตอนเห็นลุงฝรั่งนอนเท่อยู่บนหาดอีก

ตุ๊กตาแมว สาวยุ่นน่ารักโคตรๆที่เดินเมาๆจีบผม พาลทำเอานึกถึงหน้าน้องเจ

แต่ว่า.........เหอๆ ทำไมวันนี้ตอนเห็นเด็กอุ้มกระต่ายลงจากรถกระบะ ผมต้องนึกถึงเชนทร์กับไอ้วินขึ้นมาพร้อมกันฟระ

.

...................................................................................

นายอารยะ ศวานวงศิรังต์

เอก

Work and Travel - Koh Pha-Ngan Trip

.

ปล. เต้นกับฝรั่ง เมามันส์บ้าไปเลย

ปล.2 ผมเกลียดนิโคตินว้อยยยย!!!!!!